Pre-Session

posted on 20 May 2011 21:35 by wodthailand

Mike Digger's Order 20/5/11

Amun's Water (••••) x2
Crocodile Tear (•) x1

========================================================

 Karen Applegate's Order 20/5/11

Binoculars // ถุงผ้าเล็กๆ // ชุดเย็บผ้าขนาดเล็ก + ด้าย (•)
Wiretap (••)
Bugs เครื่องดักฟัง พร้อมเครื่องรับสัญญาณ (••)

 
========================================================
 
จะซื้ออะไรบ้างก็โพสต์ใน comment ได้เลย แจ้งด้วยว่าเหลือทรัพยากรเท่าไร
 
ex. ของคุณมี Cumu. Resource 4dot // จิมมี่มี PE เท่าไร ?

And the story begin...

posted on 18 May 2011 21:24 by wodthailand
จุดประสงค์ของการทำ blog นี้ขึ้นมาเพื่อ
 
- เป็นแหล่งรวมของผู้เล่น RPG ใน Chronicle ของ TBG
- อัพเดทข้อมูลให้ GM ทุกท่านทราบเป็นส่วนกลาง
- เปิด ส่วนของ Black market // character profile // NPC profile
- อัพเดทเพื่อสอบถามข้อมูลในการเล่น
- สรุปข้อมูลแต่ละ Session ว่าครั้งล่าสุดเกิดอะไรขึ้น
- feed back เพื่อให้ GM แต่ละท่านนำไปปรับปรุงในส่วนที่ขาด
 
===========================================
 
Session : Sat 14/5/11
GM : Quentin
Chapter 3 – Cursed Stone

ทีมนักสืบ ประกอบด้วย 4 คน // Illen (Saming) นักสืบเอกชน และฮันเตอร์แห่ง Lucifuge // Karen (Blanket_Ghost) นักศึกษาผู้เห็นวิญญาณ // Mike Digger (Aspirin) นักสืบเอกชน และฮันเตอร์แห่ง Ascending one // Dr. Leaf (Tanza5baht) นักพฤกษศาสตร์ ฮันเตอร์ขององค์กร Cherion Group

ได้รับจดหมายจาก Alaster Morpheus (Quentin) หัวหน้าสมาคมสืบสวนเรื่องลึกลับ ถึงกำหนดการเดินทางในอาทิตย์ที่จะถึง พร้อมทั้งตั๋วเครื่องบินไป นอร์เวย์เพื่อเข้าร่วมภารกิจลับ

ภายหลังจากได้รับจดหมายไม่กี่วัน  Illen ก็ได้รับการติดต่อจาก Illena ซึ่งเธอก็เกี่ยวข้องกับภารกิจครั้งนี้    Dr. Leaf ได้รับแจ้งจากหัวหน้าของเขา เจมส์ มอริสัน ให้ติดต่อชายทื่ชื่อแอสโตรทันที เมื่อเขาไปถึง   Karen รับรู้ได้ว่า Geist ของเขา เริ่มมีพฤติกรรมบางอย่างที่แปลกไป  ส่วน Mike ก็ได้รับ code เพื่อใช้ในการติดต่อ agent ของเขา

เมื่อถึงวันเดินทาง  ทั้งหมดได้เดินทางมาถึงเมืองท่าแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ และนั่งเรือต่อไปยังเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง  เมื่อไปถึง ทั้งหมดสังเกตเห็นเรือเดินสมุทร Equinox เทียบท่าอยู่ และเริ่มเห็นกองกำลังทหารของอเมริกาประจำการอยู่ที่นั่น   ทหารได้พาทุกคนไปยังค่ายวิจัยที่ตั้งอยู่ไม่ไกลออกไป

เมื่อไปถึงค่ายวิจัย ทั้งหมดได้เดินเข้าไปในอาคารบัญชาการและพบกับ อลาสเตอร์  ที่นั่น   อลาสเตอร์แนะนำให้พวกเขาพบกับ ลาร์ซาลัสอีกครั้ง ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังทหารที่ประจำการที่ค่ายนี้  และ เอเลน่า ในฐานะผู้ช่วยฝ่ายวิจัย  นอกจากนี้ อลาสเตอร์ยังได้แนะนำให้เขารู้จักกับแอสโตร  หัวหน้าทีมสำรวจ     อลาสเตอร์ได้สรุปภารกิจให้ฟังว่า  ค่ายแห่งนี้ ตั้งขึ้นเพื่อการสำรวจและวิจัยหินดึกดำบรรพ์ที่พบอยู่ในถ้ำ  ทว่าภารกิจดังกล่าวพบอุปสรรคในเรื่องของการถูกทำร้าย และอาการเจ็บป่วยที่ผิดปกติของทีมสำรวจ   ทีมนักสืบจึงได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่ดังกล่าวต่อ

ทั้งหมดตกลงใจที่จะทำภารกิจนี้ แต่พวกเขายังกังวลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้  จึงขอเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคดังกล่าวเสียก่อน  อลาสเตอร์แนะนำว่าพวกเขาสามารถขอข้อมูลได้จาก ศาสตราจารย์ Halderith ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยของภารกิจนี้ 

ที่อาคารพยาบาล Dr. Leaf พบว่า Halderith คืออาจารย์ของเขาในมหาวิทยาลัย  ทั้งคู่จึงทักทายกัน Halderith ยินดีและต้องการให้ Dr. Leaf มาช่วยในงานวิจัยนี้   ส่วน Karen พบว่าวิญญาณในห้องมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งออกมาจากร่างของคนป่วยที่อยู่ในอาการโคม่าทั้งสิ้น  เขาไม่เคยเจอสภาวการณ์ที่วิญญาณออกจากร่างโดยที่ยังไม่ตาย มาก่อน   วิญญาณทั้งหมดพากันเรียกร้องให้ Karen ช่วยเหลือพวกเขา  แต่ Karen ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร

Mike และ Illen ได้รู้ข้อมูลจากแอสโตรว่า  เกาะที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งแห่งนี้ มีหมาป่าอาศัยอยู่   ทำให้ทั้งสองเริ่มระมัดระวังตัวและวางแผนเตรียมการรับมือ

ก่อนเดินทางสำรวจ ทั้งหมดได้ไปที่อาคารบัญชาการเพื่อเข้าประชุม ในการประชุม Teleconference ทีมนักสืบได้พบกับ Patrick Klavious แวมไพร์และเจ้าของบริษัทเรือเดินสมุทร John Bee,ผู้อำนวยการ UNODC (United Nation Office on Drug and Crime) และ นายพลแมคคาธีแห่งสหรัฐ ทั้งสามคือผู้บริหารของโครงการนี้

แม้ว่า นายพลจะรู้สึกถึงความอันตรายและไม่ปลอดภัยของโครงการ และเขาอยากจะให้ถอนกำลังออกตามข้อเสนอแนะของ ลาร์ซาลัส  แต่ทั้ง คลาเวียสและผู้อำนวยการ UNODC ต่างยังยืนยันว่า โครงการควรต้องดำเนินต่อไป  และทีมสำรวจที่มาใหม่อาจเป็นแสงแห่งความหวัง   

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ผู้อำนวยการ UNODC ได้พูดคุยกับ Mike เพียงลำพังและเปิดเผยว่า  เขาคือหนึ่งในผู้นำขั้นสูงของ Ascending one ภารกิจที่ไมค์ต้องทำ ไม่ใช่การหาหินโบราณ แต่คือการหาส่วนประกอบของยาที่อยู่ในศูนย์วิจัยนี้  จนกว่าจะได้ส่วนประกอบมา ไมค์ต้องทำทุกวิธีทางเพื่อการคงอยู่ของโครงการ

หลังจากนั้น  ทีมนักสืบพร้อมแล้ว  ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วย Illen Mike Leaf Karen  Astro และ Illena  จึงเดินทางออกจากค่ายไปยังถ้ำหิน     Dr. Leaf ค้นพบว่า แท้จริงแล้ว Astro เป็นคนที่ Cherion Group ส่งมา และมอบหมายให้เขา  ทำภารกิจ  ขโมยและทำลายงานวิจัยของ Halderith   

เมื่อไปถึงที่นั่นพวกเขาได้ค้นพบซากสัตว์โบราณ ที่แม้แต่ Leaf ก็ไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร   เมื่อเข้าไปในสุดของถ้ำ ทั้งหมดได้พบกับต้นไม้ประหลาด  และเก็บเปลือกไม้มาเพื่อทำวิจัยต่อ   ส่วน Karen กับ Illen ได้พบกับอักขระบนหินโบราณ ที่มีอำนาจประหลาด ส่งผลต่อสติของพวกเขา   Illen พบดาบโบราณอันหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นของทหารโรมันโบราณอีกด้วย  ส่วน Karen กลับโดนวิญญาณของคนป่วยเหล่านั้นตามรังควานอย่างหนัก จนเขาต้องพยายามปิดกั้นไม่ให้พวกนั้นมากวนใจเขาได้

เมื่อกลับมาค่ายอีกครั้ง  Dr. Leaf ได้มอบซากสัตว์ และเปลือกไม้ให้กับ Halderith เพื่อทำการวิจัยต่อ 

เขาได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ของตน และ Halderith ก็มอบไฟล์ข้อมูลวิจัยให้เขาไปอ่านต่อ

เขาจึงทำการก๊อปปี้ข้อมูลดังกล่าวไว้ใน flashdrive ที่ได้รับจากแอสโตร  ขณะเดียวกันกับที่ Illen ได้ค้นพบว่า อลาสเตอร์ ได้วางแผนร่วมมือกับศัตรูที่ร้ายกาจ Hannah the Demon, หญิงสาวที่ถูกปีศาจแห่ง Lust เข้าสิง  ที่เขาและทีมนักสืบเคยรับมือมาในอดีต ส่วนไมค์อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจในงานของตน แอบเข้าไปขโมยส่วนประกอบบางอย่างในห้องเก็บตัวอย่างได้สำเร็จ

ทีมนักสืบพร้อมทั้ง Halderith เข้ามาที่ศูนย์พยาบาลและพบว่า Illena เริ่มมีอาการป่วยเช่นเดียวกับคนอื่นๆ  ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป อาจส่งผลต่อการดำรงอยู่ของโครงการ  Illen ได้แนะนำให้ Illena ไปพักผ่อน  ทั้งหมดเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ   เมื่อทุกคนไปหมด  เหลือเพียง Halderith และ Karen   Karen ได้เข้าไปดูอาการผู้คนที่ล้มป่วย  ทว่าอยู่ๆก็มีผู้ป่วยรายหนึ่งคุ้มคลั่ง  เขาจึงใช้พลังของ Geist เรียก ผ้าห่มซึ่งเป็น Keystone ของตนขึ้นมา  เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตา และสร้างความตกตะลึงให้กับ Halderith อย่างมาก   และด้วยความไม่ระวัง  Karen ได้พลาดพลั้งทำให้คนป่วยคนนั้นเสียชีวิตไป  ความผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้วิญญาณดังกล่าวเกลียดชัง และได้ยึดติด Karen ไว้ไปตลอด (Anchor)

ความตายของผู้เคราะห์ร้าย ทำให้ Karen รู้สึกผิดและอยากแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น  Geist ของเขาได้แนะนำให้เขาต้องปิดถ้ำแห่งนั้นซะ เพราะสิ่งชั่วร้ายในถ้ำเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนเหล่านี้ป่วย 

วันรุ่งขึ้น Illena เริ่มมีอาการดีขึ้น ทีมนักสำรวจจึงออกเดินทางไปที่ถ้ำอีกครั้ง 

เมื่อไปถึง Karen พยายามใช้ความสามารของ Sin eater เรียกลมพายุเพื่อเพิ่มพลังของเขาในการปิดถ้ำ   แต่กลับเป็นการทำให้เหล่าหมาป่าโกรธและบุกเข้ามา ทีมนักสำรวจคนอื่นๆ  เห็นท่าไม่ดี จึงหนีเข้าไปในถ้ำกันหมด  แต่ Karen ไม่สนใจและยังดื้อดึงใช้พลังของตนอยู่อย่างนั้น

เมื่อพบว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว  ทีมนักสำรวจจึงเดินเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง  คราวนี้เขาพบสัตว์เหล่านั้นมีชีวิตและออกมาจากโพรงในถ้ำที่มีอยู่จำนวนมาก  ทีมนักสำรวจจึงต้องต่อสู้ป้องกันชีวิตของตน

หมาป่าทั้งสามตัวมาพบ Karen เพียงลำพังที่ทำการเรียกลมพายุ จึงพุ่งตรงเข้าไปทำร้าย  Karen โดนหมาป่าโจมตีได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินที่มนุษย์จะทนได้ แต่ด้วยความสามารถในฐานะที่เป็น Sin Eater เขาจึงไม่สลบไป แต่ก็ไม่สามารถต่อสู้ได้อีกเช่นกัน

ทีมนักสำรวจพบว่าพายุหิมะสงบลงแล้ว จึงบุกฝ่าฝูงสัตว์ประหลาด หนีออกมาจากถ้ำได้  โชคดีที่พวกมันไม่ตามออกมาด้วย  ทั้งหมดจึงเดินทางกลับค่าย

เมื่อกลับไปถึง Illen จึงพา Illena ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการโดนสัตว์ทำร้าย  ไปพักรักษาตัวที่ห้องของเธอ  ส่วนคนอื่นๆในทีมได้เข้าไปรายงานผลให้อลาสเตอร์ได้รับทราบ   มีเพียงแต่ Karen เท่านั้น ซึ่งได้รับคำแนะนำจาก Geist ว่า  ถ้าทำให้โครงการล้มเลิก  ทุกคนก็จะปลอดภัย  Karen จึงตัดสินใจใช้พลังอีกครั้งเพื่อสร้างลมพายุเพื่อทำให้ค่ายนี้ได้รับความ เสียหายไม่สามารถอยู่ต่อได้

ในที่ประชุมสรุปผล  พบว่าภารกิจของโครงการไม่สามารถดำเนินได้อีกต่อไป เนื่องจากสภาวะอากาศที่เป็นอุปสรรคขึ้นอย่างกระทันหัน  ภัยที่ไม่คาดคิดจากสัตว์ที่อยู่ในถ้ำ  โรคระบาด  และฝูงหมาป่า   แถม Mike และ Dr. Leaf ก็เห็นด้วยให้มีการยกเลิกโครงการ ในที่สุดก็มีการลงคะแนนเสียงกัน ทำให้โครงการมีมติให้ยกเลิกและถอนกำลังที่มีทั้งหมดกลับโดยเร็ว ในการพูดคุยครั้งนี้ ทำให้ Mike และ Dr. Leaf ค้นพบความจริงสองอย่าง   อย่างแรกคือเรื่องที่ว่า นายพลแมคคาธี ไม่ต้องการให้ผู้ป่วยรอดชีวิตกลับไป และต้องการเผาทำลายหลักฐานทั้งหมดเรื่องที่สองคือ Illena ตัวจริงนั้น  ถูกนำไปกักตัวในอาคารกักกัน ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว  ถ้าเช่นนั้น Illena ที่พวกเขาได้พบเป็นใครกันแน่

ทางด้าน Illen เขาได้อยู่กับ Illena ซึ่งเป็นร่างจำแลงของ Demon Hannah  และถูกล่อลวงให้รู้สึกหลงใหล   แต่ทว่าในที่สุด Illen ก็จับพิรุธได้ ทำให้ Hannah ต้องเผยตัวจริงออกมา    Hannah บอกว่าตอนนี้ Illena ป่วยหนักและคงไม่รอด  ถ้า Illen ยอมทำสัญญาที่จะมอบวิญญาณให้เธอเมื่อเขาตาย  เธอจะยอมบอกวิธีทำยารักษาให้   เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น  Illen จึงยอมตกลง

เมื่อเป้าหมายลุล่วงแล้ว  Hannah หัวเราะดีใจ พร้อมทั้งออกไปพบกับ Karen ที่ควบคุมพายุอยู่  เธอบอกให้เขารู้ว่า ตลอดมา เสียง Geist ที่เขาได้ยิน แท้จริงแล้วคือเสียงของเธอเอง  และเธอก็ขอบใจที่เขามีส่วนทำให้โครงการล้มเหลว และทำให้เธอได้วิญญาณของ Illen มา    บัดนี้วิญญาณทั้งหมดกำลังจะกลับเข้าร่างของตน และพวกเขาจะได้รับการปลดปล่อยตามสัญญา

Karen ซึ่งคิดว่าตนได้ทำภารกิจที่จำเป็นลุล่วงแล้ว ก็หยุดพายุลงและล้มลงหมดแรงอยู่กลางหิมะนั้น

ลาร์ซาลัส ได้สั่งให้เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้าย และทำลายล้างโรคร้ายให้หมด  กองทหารได้บุกเข้าไปสังหารผู้ป่วยในศูนย์พยาบาล และเผาทุกอย่างทิ้ง

Illen Mike Dr. Leaf ได้ใช้คำแนะนำของ Hannah และได้ยารักษามาจำนวนหนึ่ง พวกเขาฝ่าเข้าไปช่วยตัว Illena จากอาคารกักกัน และได้พบกับ ลาร์ซาลัสที่นั่น   ด้วยบุญคุณที่เคยมีต่อกัน ลาร์ซาลัสจึงยอมให้พวกเขาพา Illena หนีไปได้

ในระหว่างที่เริ่มดำเนินการขนย้ายนั้น  ฝูงหมาป่าซึ่งรับรู้ถึงพลังที่ผิดธรรมชาติของ Sin Eater ได้พากันบุกค่ายแห่งนี้  ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น   Illen จำเป็นต้องพา Illena ไปที่ปลอดภัยก่อน  โดยทิ้งให้ Mike  Dr. Leaf และKaren ต้องรับมือกับหมาป่า ทั้ง Karen และ Leaf ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัน   ทั้งสามต่างสู้และหนีไปพลาง ในที่สุด Illen ก็กลับมาทันพร้อมกับรถที่จะช่วยพาพวกเขาออกไปจากค่ายแห่งนั้นได้
 
<<<< End of Session >>>>
 
===========================================
 
"แกร๊กๆ...แกร๊กๆ" เสียงเคาะคีย์บอร์ดดังเป็นจังหวะ Illen หยุดพิมพ์ ลุกขึ้นหาว และบิดขี้เกียจ
"โอ้ย...งานเยอะจริงๆเลยเนี่ย" เขาพูดเสียงอ่อย
"ก็ไม่ทำตอนยังว่างก็เป็นอย่างนี้ ออกไปไหนมาไหนงานการไม่ทำ" Dahlia เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟ
"โอ๊ะ นั่นกาแฟของผมเหรอ ขอบคุณนะ" Illen เอื้อมมือจะไปรับถ้วยกาแฟ
"เฮ้ๆ ของชั้น อยากได้ก็ไปชงเอง ฉันไม่ใช่เลขาส่วนตัวของคุณนะ" เธอดึงถ้วยหลบ และเดินไป
"แหม ผมคงโชคดีนะถ้าได้เลขาสวยๆแบบคุณ" Illen เย้า
 
Dahlia หันมายิ้ม และโบกมือ "โถ โถ ทำงานไปเถอะ...ที่รัก"
 
หลังจากนั้นไม่นานก็มีชาย 3 คนเดินเข้ามาในสำนักงานของเขา 2 คนใส่แว่นดำเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของชายใส่สูทดำ ท่าทางภูมิฐาน สูบไปป์
 
"Silvio สหาย ลมอะไรพัดคุณมาถึงที่นี่" Illen หมุนตัวบนเก้าอี้ของเขามาทักทาย Silvio
 
Silvio นั่งลงบนโซฟา ขณะที่ลูกน้องของเขายืนนิ่งเหมือนภูเขาสีดำอยู่ข้างๆเก้าอี้ เขาพ่นควันดูเหมือนภูเขาไฟที่คุกรุ่น ซึ่งโดยนิสัยของเขาแล้วก็เหมือนกันเลยทีเดียว
 
"ออฟฟิศก็ยังเงียบเหมือนเดิม ไร้รสนิยมและจืดชืด" Silvio พูดขณะมองไปรอบๆ
เขาหัวเราะแห้งๆ "ผมว่ามันก็สมฐานะของผมดีนะ" "คงจะดีถ้าคุณลดราคา และแบ่งงานให้ผมบ้าง"
"ไว้โอกาสหน้า ผมจะหางานให้คุณดู ส่วนเรื่องลดราคา...ก็ต้องหาอะไรมาแลกเปลี่ยน"
"เพื่อนคุณสร้างปัญหาให้ผมเยอะเลยนะครั้งที่แล้ว ผมเสียลูกน้องไป 2 คน อีกคนตอนนี้ยังเดินไม่ได้"
พอพูดถึงตอนนี้ Silvio ก็สบถออกมาเป็นภาษาอิตาลี
 
จังหวะดีที่ Dahlia เดินเข้ามาเอาชาให้ Silvio พอดี
 
"อาจจะเป็นเหตุผลเดียวที่ฉันยังใจเย็นพอที่จะมาที่นี่ ชาที่นี่รสชาติดีจริงๆ" Silvio มอง Dahlia และเธอก็ยิ้มให้
"ฉันก็ใช้ปืนได้เก่งพอๆกับชงชานะ" เธอพูดกับ Silvio
"ฮ่า ฮ่า" Silvio ระเบิดเสียงหัวเราะ "สนใจไปทำงานให้ผมไหม"
"ไม่ล่ะ ถ้าฉันไป ฉันกลัวว่าคุณจะระเบิดสำนักงานนี้ทิ้ง ฉันอยู่รอต้อนรับคุณด้วยน้ำชาดีกว่า"
"เออ มีเหตุผล ไม่งั้นฉันคงถล่มที่นี่ไปนานแล้สตั้งแต่แกมากวนประสาทฉัน" Silvio มองมาทาง Illen
"แต่ตอนนี้ เราก็ดีกันแล้ว ฉันท์เพื่อน พี่น้อง มิตรสหาย" Illen ตอบกวนๆ
"บอกเพื่อนแกด้วยว่า มีคนจับตาดูอยู่ ครั้งที่แกไปอาละวาดครั้งนั้นก็ดึงดูดสายตาไว้มากเลยทีเดียว"
Silvio เงียบไป ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินออกประตูไป
 
"ถ้าผมไม่มีคุณก็คงแย่เลยนะ" Illen ทำเสียงอ้อนใส่ Dahlia
"งั้น...ฉันว่าจะตอบรับข้อเสนอของ Silvio"
"อย่าล้อผมเล่นสิ ผมเสียใจนะ"
 
...................................................................................